เร่งขุดลอกคลองระบายน้ำเพิ่ม บรรเทาน้ำท่วมเมืองเพชร

In Headline News, Hot News

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจการบริหารจัดการน้ำพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน และนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจานล่าสุด ว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานขณะนี้อยู่ที่ 730 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 103 ของความจุอ่างฯ จนถึงขณะนี้ยังคงมีน้ำไหลล้นข้ามทางระบายน้ำล้นหรือ Spillway แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ กรมชลประทานได้ติดตั้งกาลักน้ำ จำนวน 15 ชุด เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากอ่างฯ ปัจจุบันมีน้ำล้นออกทางระบายน้ำล้นสูง 45 เซนติเมตร ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงด้านท้ายเขื่อนแก่งกระจานรวมประมาณ 15.30 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลผ่าน อ.แก่งกระจาน และ อ.ท่ายาง จนถึงเขื่อนเพชร ซึ่งยังมีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งเฉลี่ย 1 – 2 เมตร

กรมชลประทาน คาดการณ์ว่าในวันที่ 10 ส.ค.61 ระดับน้ำที่ล้นทางระบายน้ำล้น จะสูงสุดประมาณ 65 เซนติเมตร อัตราการไหลประมาณ 106 ลบ.ม./วินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำที่ระบายผ่านอาคารชลประทาน จะทำให้มีน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนแก่งกระจานรวม 224 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าว ยังไม่เกินความจุของแม่น้ำเพชรบุรีจะรับได้ แต่อาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งบางแห่ง ที่จะมีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร และคาดว่าในวันที่ 11 ส.ค. 61 จะมีปริมาณน้ำสูงสุดที่ไหลมารวมกันบริเวณหน้าเขื่อนเพชรในเกณฑ์ 230 – 250 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานจะทำการบริหารจัดการน้ำโดยการหน่วงน้ำหน้าเขื่อน และตัดน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย – ขวา รวม 55 ลบ.ม./วินาที และผันเข้าคลองระบาย D9 ในอัตรา 35 ลบ.ม./วินาที รวมปริมาณน้ำที่ตัดเข้าระบบทั้งสิ้น 90 ลบ.ม./วินาที พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านท้ายเขื่อนเพชรในอัตรา 140 – 160 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน ในเขตอำเภอท่ายางและอำเภอบ้านลาด ก่อนปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลผ่านลงสู่เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ในวันที่ 12 ส.ค. 61 อาจส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งและพื้นที่ชุมชนบางแห่ง ระดับน้ำสูงเฉลี่ยประมาณ 30 – 50 เซนติเมตร

กรมชลประทาน ได้วางมาตรการในการช่วยเหลือและเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงที่อาจจะมีน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่และชุมชน จำนวน 31 เครื่อง (สำรอง 5 เครื่อง) และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า จำนวน 38 เครื่อง (สำรอง 8 เครื่อง) นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ จำนวน 20 ลำ ติดตั้งในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณวัดคุ้งตำหนัก อ.บ้านแหลม ช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมยานพาหนะและเครื่องจักรกลต่างๆ เช่น รถบรรทุก รถขุดตัก จำนวน 20 คัน ประจำในพื้นที่เพื่อขุดเปิดทางน้ำอีกด้วย

ส่วนมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างระยะยาว นั้น กรมชลประทาน ได้ดำเนินการขุดลอกคลอง เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีออกสู่ทะเลอ่าวไทย โดยทำการปรับปรุงคลอง RMC3 เชื่อมคลองระบาย D9 ความยาว 27 กม. ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 30 และกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจออกแบบโครงการขุดลอกคลองอีก 2 เส้นทาง คือคลอง D1 ความยาว 23 กม. และ คลอง D18 ความยาว 28 กม. ซึ่งทั้งหมดนี้กรมชลประทานจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562

Leave a reply:

Your email address will not be published.

Mobile Sliding Menu