ระดมเครื่องสูบน้ำ-เครื่องผลักดันน้ำ ติดตั้งในแม่น้ำเพชรบุรี รับมือเขื่อนแก่งกระจานระบายน้ำเพิ่ม

In Headline News, Hot News

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังจากการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ชลประทานที่ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) เพื่อติดตามและวางมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเกินความจุว่า ภายหลังจากที่ได้ประเมินสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ที่คาดว่าปริมาณน้ำจะล้นทางระบายน้ำฉุกเฉินหรือ Spillway อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งริมแม่น้ำเพชรบุรีได้ นั้น

กรมชลประทาน ได้วางมาตรการในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี         ที่อาจจะมีระดับน้ำสูงขึ้น โดยได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณอ.เมือง และอ.บ้านแหลม รวมทั้งสิ้น 30 เครื่อง ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 14 เครื่อง และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี จำนวน 44 เครื่อง ติดตั้งไปแล้ว 14 เครื่อง บริเวณวัดเขาตะเครา และวัดคุ้งตำหนัก อ.บ้านแหลม ส่วนที่เหลือจะเร่งติดตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด       เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลต่อไป

สถานการณ์ปัจจุบันเขื่อนแก่งกระจาน ยังคงระบายน้ำผ่านช่องทางปกติ รวมทั้งใช้กาลักน้ำ และเครื่องสูบน้ำ ในอัตรารวมกัน 111 ลบ.ม./วินาที ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำเริ่มล้นทางระบายน้ำล้นในคืนนี้(5 ส.ค. 61) ระดับน้ำล้นผ่านทางระบายน้ำล้นจะทะยอยเพิ่มสูงขึ้น  คาดการณ์ว่าจะสูงสุดในวันที่ 10 ส.ค. 61 รวมเป็นปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านลงสู่ท้ายเขื่อนแก่งกระจานในอัตราประมาณ 210 ลบ.ม./วินาที และเมื่อน้ำไหลลงไปถึงเขื่อนเพชร จะมีปริมาณน้ำสูงสุดที่เขื่อนเพชรในเกณฑ์     230-250 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน จะใช้เขื่อนเพชรบริหารจัดการน้ำ โดยการหน่วงน้ำและตัดน้ำเข้าระบบชลประทาน และผันออกคลองระบายน้ำ D9 ออกสู่ทะเล ในอัตรา 90 ลบ.ม./วินาที จากนั้นจะระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชรในอัตรา 140-160 ลบ.ม./วินาที ลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรี ซึ่งอาจทำให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและพื้นที่ชุมชนบางแห่งประมาณ 0.20 – 0.30 เมตร

กรมชลประทานและหน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ต่ำ และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพื่อเร่งให้ระบายออกทะเลโดยเร็วที่สุด จึงขอให้ประชาชนชาวเมืองเพชร ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และขอให้เชื่อมั่นว่ากรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเพชรบุรีได้อย่างเต็มศักยภาพ

Leave a reply:

Your email address will not be published.

Mobile Sliding Menu