กรมพัฒน์ฯ จัดพิธีมอบรางวัลธรรมาภิบาลธุรกิจดีเด่นและ มาตรฐานธรรมาภิบาล

In Event

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดพิธีมอบรางวัลธรรมาภิบาลธุรกิจดีเด่นและธุรกิจที่มีมาตรฐานธรรมาภิบาล ประจำปี 2561 ที่ผ่านการพิจารณาอย่างเข้มข้น จนได้ต้นแบบธุรกิจสีขาวที่จะเป็นแบบอย่างให้ธุรกิจอื่นๆ ดำเนินรอยตาม ซึ่งธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ และหนังสือรับรองมาตรฐาน พร้อมอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายแสดงการประกอบความดี และยังได้สิทธิประกาศให้โลกรู้ผ่านหน้าหนังสือรับรอง สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่คู่ค้า นักลงทุน นักวิเคราะห์เศรษฐกิจ และผู้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลธุรกิจ

  นางกุลณี  อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในปีนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้กำหนด    ทิศทางการพัฒนาธุรกิจไทยให้สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างคล่องตัว มีความสะดวก ควบคู่ไปกับการปลูกฝังให้ภาคธุรกิจมีธรรมาภิบาลและมีมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจตามหลักเกณฑ์ของสากล สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างประเทศไทยให้ใสสะอาดด้วยหลักธรรมาภิบาล โดยกรมฯ จะสนับสนุนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ภาคธุรกิจ     ที่ประพฤติตนเป็นธุรกิจที่ดี ซึ่งในปีนี้ได้จัดทำ “โครงการส่งเสริมและสร้างมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลธุรกิจ ภายใต้โครงการสร้างและยกระดับธุรกิจ SMEs ให้มีธรรมาภิบาล ประจำปี 2561” เพื่อพัฒนาและส่งเสริมให้ธุรกิจมีธรรมาภิบาลที่ดี มีความโปร่งใส พร้อมทั้งยกระดับธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานธรรมาภิบาลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

                    “ในวันนี้ (5 ก.ย.61) กรมฯ ได้จัด “พิธีมอบรางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นธุรกิจและมาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจ ประจำปี 2561” ณ ห้องฉลาดลบเลอสรรค์ ชั้น 4  สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยงานแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรมคือ 1) การประกวดธรรมาภิบาลธุรกิจดีเด่น ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นการเปิดรับสมัครและคัดเลือกเป็นธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลดีเด่นระดับจังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งมีธุรกิจที่สมัครเข้าร่วมประกวดกว่า 250 กิจการ ในจำนวนนี้มีธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากคณะกรรมการตัดสินการประกวดฯ เพื่อให้เป็นธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลธุรกิจดีเด่นระดับจังหวัด จำนวน 83 กิจการ  และธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลดีเด่นระดับประเทศ จำนวน 8 รางวัล นับตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ได้รับรางวัลธรรมาภิบาลธุรกิจดีเด่นจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้วจำนวน 648 ราย (กรุงเทพมหานคร 93 ราย ส่วนภูมิภาค 555 ราย)

สำหรับกิจกรรมที่ 2) คือ การส่งเสริมธุรกิจเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานธรรมาภิบาล ซึ่งเริ่มดำเนินการเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับกลุ่มธุรกิจที่เคยได้รับรางวัลธรรมาภิบาลดีเด่นระดับประเทศให้เข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานธรรมาภิบาลที่สูงขึ้น โดยใช้หลักธรรมาภิบาล 6 ด้านเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาประกอบด้วย หลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า ทั้งนี้ แม้หลักเกณฑ์ทั้ง 6 ด้านนี้จะเป็นแนวทาง     การพิจารณาเดียวกันกับการประกวดธรรมาภิบาลธุรกิจดีเด่นแต่จะมีตัวชี้วัดที่เข้มข้น โดยพิจารณาองค์ประกอบแบบรอบด้าน เช่น การทำแบบประเมินตนเองตามหลักธรรมาภิบาล (Self-Assessment) การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งระดับผู้บริหาร พนักงาน หน่วยงานที่ร่วมดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งคณะกรรมการฯ จะเข้าสังเกตการณ์การปฏิบัติงานและกิจกรรมต่างๆ ของธุรกิจ ซึ่งหลักเกณฑ์นี้เป็นไปตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองมาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจ พ.ศ. 2561 โดยมีธุรกิจที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมรวม 16 ราย และผ่านเกณฑ์มาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจจำนวน 9 ราย ซึ่งจะได้รับโล่รางวัลเกียรติคุณ และหนังสือรับรองมาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจ รวมทั้งได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองเป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์รูปดอกบัวที่แสดงออกถึงความดี และการดำเนินธุรกิจที่อยู่บนพื้นฐานของหลักการมีคุณธรรมเป็นเครื่องนำทาง โดยธุรกิจสามารถนำเครื่องหมายนี้ไปใช้ร่วมกับเครื่องหมายการค้าในการโฆษณาเพื่อเป็นการการันตีเป็นธุรกิจสีขาว รวมไปถึงจะได้รับการระบุข้อความรับรองมาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจจากกรมฯ บนหนังสือรับรอง ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าได้อีกด้วย

ส่วนกิจกรรมที่ 3 ต้นแบบธุรกิจที่ดี ได้คัดเลือกธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจที่ได้คะแนนสูงสุดในปี 2561 จำนวน 3 ลำดับ ได้แก่ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด และบริษัท พิษณุเวช จำกัด มาจัดทำในรูปแบบวีดีทัศน์ เผยแพร่แนวทางการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี เพื่อเป็นต้นแบบในการดำเนินธุรกิจให้แก่ธุรกิจอื่น

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า นับจากนี้ไป กรมฯ จะเร่งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำหลัก  ธรรมาภิบาลมาใช้เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจไทยมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งจะผลักดันให้เกิดการสร้างเครือข่ายธุรกิจสีขาว เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนเป็นแบบอย่าง และพลังในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยต่อไป

Leave a reply:

Your email address will not be published.

Mobile Sliding Menu